คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับบริษัท สยาม ซิลิกา เฟอร์ติไลเซอร์ จำกัด และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างระบบการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรม เสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกร และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยให้สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดการค้าระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569 ศูนย์ที่ปรึกษาและประเมินก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน (SDU SAGE) ภายใต้คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุดมศักดิ์ กิจทวี ผู้ช่วยคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ได้แก่ ดร.สิมนัส ตรีเดช อาจารย์มณฑล สุวรรณประภา อาจารย์สาวิตรี ม่วงศรี และนายอนุชิต สวัสดิ์ตาล ลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตข้าว ณ กลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าว ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ และได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง

การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ “การศึกษาประสิทธิภาพของสารปรับปรุงดินต่อผลผลิต คุณภาพดิน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อพัฒนาสู่ระบบการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”
ซึ่งมุ่งพัฒนาต้นแบบระบบการผลิตข้าวที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการปลูกข้าว เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงวิชาการสำหรับการวางแผนการผลิตและการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในระดับประเทศ

ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากโครงการ ได้แก่ การพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practices) สำหรับระบบการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในวงกว้าง ช่วยลดต้นทุนด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งยังมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวไทยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดการค้าระหว่างประเทศ

แนวทางการพัฒนาระบบการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำภายใต้โครงการนี้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในหลายมิติอย่างเป็นรูปธรรม การส่งเสริมกระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกร ซึ่งเอื้อต่อการสร้างรายได้ที่มั่นคงและลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านการพัฒนาระบบการผลิตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในขณะเดียวกัน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการปลูกข้าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับภาคเกษตร พร้อมทั้งสนับสนุนการอนุรักษ์คุณภาพดินและการคงอยู่ของระบบนิเวศบนบกในระยะยาว นอกจากนี้ รูปแบบการทำงานที่อาศัยความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน หน่วยงานสนับสนุนการผลิต และเกษตรกรในพื้นที่ ยังสะท้อนบทบาทของหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการปฏิบัติจริง และสร้างศักยภาพในการขยายผลเชิงนโยบายในระดับประเทศอย่างเป็นระบบ
การดำเนินโครงการนี้จึงสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว