ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบทั่วโลก มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์แก่สังคมและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) ควบคู่ไปกับการสนองพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 ศูนย์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาโครงการ T-VER ภาคป่าไม้และการเกษตร” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้ “โครงการการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรและการจัดการคาร์บอนเครดิตเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต” ณ ห้องประชุม The Library Cafe ชั้น 2 อาคาร One World Library-SDU และผ่านระบบออนไลน์ ZOOM Meeting
โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุธยา อยู่เย็น ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมชุมชน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม โดย ผศ.ดร.ยุธยา อยู่เย็น ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนองพระราชดำริ อพ.สธ. ซึ่งเป็นรากฐานในการพัฒนาทรัพยากรทั้งด้านกายภาพ ชีวภาพ และภูมิปัญญา เพื่อต่อยอดสู่นวัตกรรมเชิงวิชาการ สังคม และพาณิชย์ นอกจากนี้ ประธานในพิธีฯ ยังได้กล่าวถึงกลไกสำคัญในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตว่า มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ในพื้นที่ต้นแบบ เช่น สวนดุสิตโฮมเบเกอร์รี่ และ ศูนย์บริการสื่อและสิ่งพิมพ์กราฟฟิคไซท์ เพื่อให้ทราบถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกจริง ซึ่งจะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างตรงจุด ควบคู่กับการพัฒนาโครงการ T-VER ในภาคป่าไม้และการเกษตร เพื่อดูดซับและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ชดเชยปริมาณการปล่อย และมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในอนาคต
และยังได้รับเกียรติจาก
และได้รับเกียรติจาก ดร.ภาณุวัฒน์ ประเสริฐพงษ์ อาจารย์และนักวิจัยประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้แก่องค์กรชั้นนำระดับประเทศ มาเป็นวิทยากรบรรยายและนำ workshop ตลอดทั้งวัน โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วยความรู้เชิงลึกและเทคโนโลยีนวัตกรรม ได้แก่ ภาพรวมตลาดคาร์บอนและกลไกการลดก๊าซเรือนกระจก แนวทางการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ในภาคป่าไม้และการเกษตร นวัตกรรมการประเมินคาร์บอนเครดิต การนำเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการประเมินคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ การคำนวณและการทวนสอบ วิธีการคำนวณ การตรวจสอบความใช้ได้ และการทวนสอบการกักเก็บคาร์บอนของป่าไม้และภาคการเกษตรอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO Workshop ลงมือปฏิบัติจริง การประเมินการกักเก็บคาร์บอนในภาคป่าไม้โดยใช้แพลตฟอร์ม เพื่อนำไปประเมินจริงจากการดำเนินกิจกรรมปลูกต้นไม้ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
การจัดกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาโครงการ T-VER ภาคป่าไม้และการเกษตร” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้ “โครงการการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรและการจัดการคาร์บอนเครดิตเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต” นอกเหนือจากบุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่เข้าอบรมแล้ว การอบรมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชน ได้แก่ สภาองค์กรชุมชนตำบลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมการเรียนรู้ เพื่อนำองค์ความรู้ด้านการประเมินการกักเก็บคาร์บอนและการพัฒนาโครงการ T-VER ไปขยายผลในระดับพื้นที่
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ซึ่งนอกจากจะตอบสนองต่อแผนแม่บท อพ.สธ. แล้ว ยังช่วยขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้เป็นสถาบันการศึกษาต้นแบบด้านความยั่งยืน และเป็นแรงสนับสนุนสำคัญของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริง
